มือใหม่ซื้อกองทุน

ยุคนี้ต้องยอมรับว่าอัตราผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำจริงๆบางทีอาจจะเรียกว่าต่ำมากก็ว่าได้และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวสูงขึ้นแต่อย่างใด แล้วเราจะเอาเงินที่เราเก็บออมอยู่ไปลงทุนอะไรดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ การซื้อกองทุนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้เราได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นกว่าการฝากเงินในธนาคารแถมถ้าเป็นเงินฝากประจำยังถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีกยิ่งทำให้ดอกเบี้ยที่ได้รับน้อยอยู่แล้วน้อยลงไปอีก

อันดับแรกก่อนที่มือใหม่จะซื้อกองทุนมือใหม่ต้องตอบตัวเองก่อนให้ได้ว่าเป็นคนที่รู้จักและยอมรับความเสี่ยงมากน้อยขนาดไหนเพราะกองทุนที่มือใหม่จะซื้อมีให้เลือกหลายแบบหลายกองทุนซึ่งแต่ละกองทุนก็มีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน เช่น กองทุนหุ้น กองทุนทอง กองทุนน้ำมัน กองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนตราสารหนี้ เป็นต้นซึ่งมีความเสี่ยงแตกต่างกันไปรวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน

เหตุที่ก่อนที่มือใหม่จะซื้อกองทุนต้องประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเองก่อนนั้นก็เพราะว่าบางกองทุนแม้ผลตอบแทนที่ได้รับสูงแต่มีความเสี่ยงสูงด้วยซึ่งมีผลถึงอาจทำให้เงินต้นที่เราเก็บออมลดน้อยลงไปได้หรือเรียกว่าเงินต้นหายนั่นเอง และถ้ามือใหม่ไม่สามารถรับสภาพกับการเสียเงินต้นไปได้แต่ดันเผลอไปลงกองทุนที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เงินต้นหายไปได้และเมื่อเกิดขึ้นจริงก็คงนอนไม่หลับเป็นแน่ ดังนั้นก่อนที่มือใหม่จะซื้อกองทุนต้องประเมินสภาพตัวเองให้ได้ก่อนและเป็นกลางอย่าเข้าข้างตัวเองหรือมองโลกในแง่ดีเกินว่าคงไม่ขาดทุนหรอกคงมีแต่กำไรเพราะโลกของการลงทุนเป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่จะได้รับไม่ใช่อาศัยโชคช่วยแต่อย่างใด

ดังนั้นถ้ามือใหม่จะซื้อกองทุนก็ขอให้ลองประเมินความเสี่ยงของตัวเองดูง่ายๆจากสามแบบที่จะขอกล่าวถึงนี้เพื่อความเข้าใจง่ายๆก่อนคือแบบที่หนึ่งรับความเสี่ยงไม่ได้เงินต้นหายหมดความสุขกินข้าวไม่อร่อย แบบที่สองเงินต้นหายได้บ้างเพราะอยากได้ผลตอบแทนสูงขึ้นและยังกินข้าวอร่อยได้แม้มีบางมื้อที่อาจไม่อร่อย แบบที่สามรับความเสี่ยงได้เต็มที่เพื่อแลกกับผลตอบแทนสูงที่อาจจะได้รับและหากเงินต้นหายก็ไม่เดือดร้อนถ้าหายไปเดี๋ยวหาทางเก็บเงินใหม่ได้แม้ไม่อยากให้หายก็ตามที โดยถ้าเป็นแบบที่หนึ่งการซื้อกองทุนของมือใหม่ก็อาจเป็นพวกกองทุนที่ลงในตราสารหนี้ เช่นกองทุนที่ลงทุนพวกพันธบัตร หุ้นกู้ต่างๆ ส่วนแบบที่สองก็อาจลงทุนในกองทุนผสมระหว่างตราสารหนี้กับตราสารทุนตามสัดส่วนของแต่ละกองทุนเช่นกองทุนจะลงในตราสารหนี้60%อีก40%จะลงทุนในตราสารทุนที่มีความเสี่ยง และแบบที่สามก็อาจลงทุนในกองทุนตราสารทุนเต็มตัวหรือเกือบ100%เช่นกองทุนหุ้น กองทุนทองเป็นต้น

อย่างไรก็ตามแม้มือใหม่จะสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใดแต่ในแง่การลงทุนการซื้อกองทุนของมือใหม่ก็ควรกระจายไปซื้อกองทุนในหลายๆกองทุนอย่าไปลงทุนที่กองทุนใดกองทุนหนึ่งเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นก่อนที่มือใหม่จะทำการซื้อกองทุนไหนก็ตามมือใหม่ก็ควรที่จะการกำหนดหรือแบ่งสัดส่วนการลงทุนแต่ละประเภทว่าจะลงทุนเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและเป็นการบริหารเงินของมือใหม่เองด้วยเพราะมือใหม่ต้องเข้าใจก่อนการซื้อกองทุนว่าโลกของการลงทุนไม่มีอะไรที่แน่นอน การบริหารความเสี่ยงจะทำให้มือใหม่ซื้อกองทุนหรือลงทุนได้เหมาะสมตามแนวทางของตัวเอง….